วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เกษตร

งานของกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนท่าศิลาบำรุงราษฎร์
1.      งานรวมมีกิจกรรมดังนี้
1.1การปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ

 การปลูกชะอม  จำนวน  2  แปลง      ผักหวาน    10  แปลง     พริก   20    ต้น   กวางตุ้ง  คะน้า และ   กระเจี๊ยบเขียว   10   แปลง      ผักเหมียง  จำนวน  18  ต้น   การปลูกข้าวโพดจำนวน 10  แปลง  ในพื้นที่บริเวณโรงเรียนโดยสมาชิกกลุ่มและนักเรียนได้ร่วมกันดูแล  โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่ทำเองมาใช้กับแปลงผักเป็นการลดต้นทุน  ผลผลิตที่ได้นำมาทำอาหารและนำไปจำหน่าย
1.2 การปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นเศรษฐกิจ
        การปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์    จำนวน   18    ต้น   แก้วมังกร   จำนวน 18  ต้น   มะพร้าว จำนวน 50  ต้น   กล้วยหอมจำนวน 30  ต้น  กล้วยน้ำว้า     จำนวน 100  ต้นและไผ่ตงจำนวน  50  ต้น  ปลูกในพื้นที่บริเวณโรงเรียน  โดยสมาชิกกลุ่มและนักเรียนได้ร่วมกันดูแลซึ่งขณะนี้ยังไม่ให้ผลผลิต  
 1.3การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
นำมาใช้ในการปลูกพืชผักในโรงเรียนการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากเศษซากพืช  เพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยนำไปใช้ในแปลงเกษตรโดยกลุ่มมีการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพก่อนปลูกพืชผักและนำไปใช้ในแปลงปลูกพืชผักปลอดสารพิษ
การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร  การแปรรูปข้าวโพด   กล้วย   ปลาดุก 
          การแปรรูปเป็นการฝึกทักษะและประสบการณ์ให้กับสมาชิกได้รู้จักการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปและถนอมอาหารเพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิต  กิจกรรมการแปรรูปที่กลุ่มทำ  ได้แก่  เต้าส่วนข้าวโพด  เปียกข้าวโพด  ข้าวโพดซาวมะพร้าว  ข้าวโพดปิ้ง  ข้าวโพดอบเนยและน้ำสมุนไพร  เช่น  น้ำใบเตยหอม  น้ำส้มแขก  น้ำมะขาม  นอกจากนี้โรงเรียนยังได้นำเสนอกิจกรรมเหล่านี้ในการรับประเมินโรงเรียนต้นแบบในฝันอีกด้วย 
บทบาทการมีส่วนร่วมของสมาชิก                       
1.        กำหนดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภายุวเกษตรกรทุกปี  คณะกรรมการแต่ละตำแหน่งได้มีบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน  มีการประสานงานการทำงานร่วมกัน
2.       มีการประชุมคณะกรรมการสภายุวเกษตรกรประจำทุกเดือน  โดยสมาชิกเข้าร่วมประชุมทุกครั้งอย่างพร้อมเพรียงกับรวมทั้งปฏิบัติตามกฎกติกาของกลุ่ม  มีส่วนร่วมในการเสนอแนะ  ตัดสินใจร่วมกัน
3.       สมาชิกมีความรับผิดชอบในหน้าที่  มีความขยันและอดทน  สามารถทำงานร่วมกันในทุกกิจกรรมและได้รับผลเป็นที่น่าพอใจ  ได้ผลผลิตมีคุณภาพดี  ปลอดภัยจากสารเคมี 
4.       สมาชิกใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมของกลุ่ม  ทำให้สมาชิกสามารถหลีกเลี่ยงและห่างไกลยาเสพติด
5.       สมาชิกได้รับความรู้จากการอบรมด้านวิชาการต่างๆ  พร้อมฝึกปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นให้สมาชิกนำความรู้  ทักษะที่ได้ไปใช้ในการทำกิจกรรม  และถ่ายทอดไปสู่บุคคลอื่นๆได้ทั้งระบบครอบครัวชุมชนต่อไป
6.       ศึกษาดูงานและฝึกอบรมด้านการเกษตรในชุมชน  และหน่วยงานอื่น
7.       กลุ่มร่วมกันประชาสัมพันธ์ผลงานของกลุ่ม  โดยร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานต่างๆ  ในการจัดนิทรรศการจำหน่ายผลผลิตของกลุ่ม
8.       สมาชิกยุวเกษตรกรร่วมการจัดการเรียนรู้กระบวนการกลุ่มยุวเกษตรกรร่วมกับสมาชิกยุวเกษตรกรจากโรงเรียนต่างๆ 


เอกสารเผยแพร่

ดาวโหลดที่นี่

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เศรษฐกิจพอเพียง

การดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคการเกษตร
            วิถีชีวิตของเกษตรกรไทยในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจสังคมและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติทำให้มีต้นทุนการผลิตสูงมีรายได้ไม่เพียงพอและมีหนี้สิน  จึงจำเป็นต้องปรับระบบการเกษตรของครัวเรือนให้สอดคล้องกับสภาวะการผลิตและการตลาดในปัจจุบันตามความเหมาะสมของระบบนิเวศเกษตรโดยใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งจะทำให้ครัวเรืองเกษตรกร มีความมั่นคงในอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  อย่างยั่งยืนต่อไป
1.            การลดรายจ่าย     เพื่อเป็นการประหยัดลดรายจ่ายในครอบครัวและเป็นผลดีต่อสุขภาพ  การทำผักสวนครัวรั้วกินได้เป็นอาหารสำหรับการบริโภคในครัวเรือน  นับเป็นงานอดิเรกที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว  พ่อแม่ลูก  ได้มีเวลาในการพูดคุยกันและช่วยเหลืองานกัน แม้ไม่มีพื้นที่ก็สามารถทำสวนครัวในบ้านได้  เช่น  การปลูกพริกในกระถาง  หรือปลูกในภาชนะแขวน  ฯลฯ  พืชที่ปลูกก็เป็นพืชที่ใช้ประจำในครัวเรือน  เช่น  พริก  มะเขือ  ชะพลู  หอม  ผักชี  ชะอม  ตำลึง ผักหวาน  เป็นต้น
2.            การเพิ่มรายได้  โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในครัวเรือนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างรายได้  เช่น  การถนอมอาหาร  แปรรูปงานฝีมือในหัตถกรรมสิ่งประดิษฐ์  การผลิตกล้าไม้ดอกไม้ประดับ  การเลี้ยงสัตว์  ประมง   การเพาะถั่วงอก  เพาะเห็ด  เป็นต้น  ทำให้มีรายได้  เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางการเกษตร
3.            การขยายโอกาส  เกิดจากการพัฒนาศักยภาพของตนเอง  ครอบครัว  ชุมชน โดยการร่วมมือการสร้างอาชีพ  ได้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า  บุตร-หลานได้รับการศึกษาสูงขึ้น  ชุมชนมีความเข้มแข็ง  สามารถรวบรวมกันจัดการตลาดแหล่งเงินทุน  และเครือข่ายมาใช้ในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน  ทำให้ครอบครัวมีความมั่นคงและอบอุ่นต่อไป

4.            เศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตร    เกษตรกรสามารถดำเนินชีวิตตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงได้  โดยการทำการเกษตร  ที่ผลิตเพื่อการบริโภคในครัวเรือนก่อน  ถ้ามีเหลือจึงจำหน่ายเป็นรายได้  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ  การทำเกษตรทฤษฎีใหม่  ที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆมีพื้นที่นาข้าว  พืชไร่  ไม้ผล  สระน้ำ  และบริเวณบ้าน  เพื่อให้มีกิจกรรมการผลิต  ที่หลากหลาย  มีผลผลิตออกทุกฤดูกาล